ความเป็นมาของชาวฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี
ดินแดนชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีน ถิ่นกำเนิดและมาตุภูมิของชาวจีนฮกเกี้ยน
ชาวจีนฮกเกี้ยนคือประชากรที่อาศัยอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน (Fujian) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่ติดทะเล ประชากรใช้ภาษาฮกเกี้ยนเป็นหลัก ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ ชาวฮกเกี้ยนจึงมีความชำนาญด้านการเดินเรือและการค้าทางน้ำ เมื่อผนวกกับคุณลักษณะเด่นด้านการค้าขายของชาวจีน จึงก่อให้เกิดกองเรือพาณิชย์ที่เดินทางไปทั่วโลก
ปัตตานีเป็นเมืองอารยธรรมเก่าแก่และเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีพ่อค้าวาณิช นักการทูต และผู้คนหลากหลายอาชีพเดินทางมาติดต่ออย่างต่อเนื่องยาวนาน ชาวจีนฮกเกี้ยนได้เข้ามาค้าขายในแผ่นดินปัตตานีตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยมีหลักฐานชัดเจนคือ "ลิ้มโต๊ะเคียม" ที่ได้นำกองเรือเข้ามาค้าขายจนเป็นปึกแผ่น และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสำนักของเจ้าเมืองปัตตานีในสมัยนั้น จนในที่สุดได้แต่งงานกับราชนิกุลของเมืองปัตตานีและเข้ารับอิสลามตามประเพณี
เมื่อลิ้มโต๊ะเคียมไม่ได้กลับเมืองจีนเป็นเวลานาน "ลิ้มกอเหนี่ยว" ผู้เป็นน้องสาว จึงได้รับคำสั่งจากมารดาให้มาตามหาพี่ชาย เธอได้จัดกองเรือพร้อมบริวารจำนวนมากล่องเรือมาจนพบพี่ชายที่ปัตตานี กองเรือทั้งหมดได้ปักหลักอยู่ที่ตำบลกรือเซะ และลิ้มกอเหนี่ยวได้อยู่ช่วยราชการพี่ชายจนกระทั่งเกิดศึกสงครามระหว่างหัวเมืองมลายู ซึ่งทำให้เธอเสียชีวิตลงในเหตุการณ์นั้น ด้วยความอาลัย ลิ้มโต๊ะเคียมจึงฝังศพน้องสาวไว้ใกล้กับมัสยิดกรือเซะที่ตนมีส่วนร่วมสร้าง โดยหวังให้ผลบุญจากการทำศาสนกิจส่งไปถึงดวงวิญญาณของน้องสาว
หลังจากลิ้มกอเหนี่ยวเสียชีวิต บริวารในกองเรือไม่ยอมกลับเมืองจีนและปวารณาตัวอยู่เคียงข้างลิ้มกอเหนี่ยวตลอดไป เรือทั้งเก้าลำถูกปล่อยทิ้งร้างจนค่อยๆ จมลง เหลือเพียงเสากระโดงเรือ 9 ต้นเรียงรายอยู่ริมทะเลเป็นหมุดหมาย ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่บริเวณนั้นว่า "รูสะมิแล" (ภาษามลายูแปลว่า "สนเก้าต้น") ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา (ราวศตวรรษที่ 16) ตำบลกรือเซะ สถานที่ที่ลิ้มโต๊ะเคียมได้ฝังศพน้องสาว (ลิ้มกอเหนี่ยว) ไว้เคียงข้าง
ยุคสร้างบ้านแปลงเมืองและธุรกิจการค้า
ชาวจีนฮกเกี้ยนได้ดำเนินธุรกิจการค้าโดยใช้เรือสำเภาบรรทุกสินค้าจากเมืองจีนและเมืองท่าอื่นๆ (เช่น สิงคโปร์ ปีนัง) เข้ามาตั้งฐานการค้าบริเวณตำบลอาเนาะรู (ตระกูลวัฒนานิกร) และบริเวณใกล้เคียงศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ทำให้เกิดธุรกิจสำคัญมากมายในพื้นที่
สถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมอันทรงคุณค่า ต้นตระกูลคณานุรักษ์ ในย่านประวัติศาสตร์การค้าของชาวฮกเกี้ยนปัตตานี
บ้านฮกหิ้น (ย่านตลาดจีน ปัตตานี)
บ้านฮกหิ้น ตั้งอยู่ในย่าน ตลาดจีน (ถนนอาเนาะรู/ถนนฤดี) ของเมืองปัตตานี เป็นอาคารเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง
ชื่อ "ฮกหิ้น" สื่อถึง ชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งเป็นกลุ่มพ่อค้าสำคัญที่เข้ามาตั้งรกรากและทำมาค้าขายในปัตตานีตั้งแต่สมัยโบราณ บ้านหลังนี้จึงเป็นหลักฐานของความรุ่งเรืองทางการค้าในอดีต และการผสมผสานทางวัฒนธรรมในพื้นที่
โดยเป็นสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองท่าเก่าแก่ทางใต้ของไทยและมาเลเซีย โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะจีน (เช่น ลวดลายแกะสลัก หรือการจัดวาง) กับศิลปะตะวันตก (เช่น รูปแบบอาคารและช่องหน้าต่าง)
ปัจจุบัน บ้านฮกหิ้น ได้รับการพลิกฟื้นและดูแลรักษาโดย นายอนุพาสน์ สุวรรณมงคล ซึ่งเป็นนักธุรกิจและผู้ที่มีบทบาทสำคัญในจังหวัดปัตตานี (เป็นน้องชายของ นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภาปัตตานี)
อาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสริมถนนอาเนาะรู/ถนนฤดี พลิกฟื้นและดูแลโดย นายอนุพาสน์ สุวรรณมงคล
คงเอกลักษณ์งานไม้โบราณและกระเบื้องมุงหลังคาดั้งเดิม สะท้อนความรุ่งเรืองทางการค้าของชาวฮกเกี้ยน
การตกแต่งสถาปัตยกรรมจีน ประดับลวดลายแกะสลัก กลอนคู่มงคล และสิงโตหินมงคล
นอกจากนี้ ชาวจีนฮกเกี้ยนยังได้ริเริ่มก่อตั้งกิจการสำคัญอันเป็นรากฐานของเมืองปัตตานีอีกหลากหลายสาขา ได้แก่:
- บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือ "ตานีเบย์": (ตระกูลหงษ์สามารถ)
- กิจการรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด: (ตระกูลโกวิทยา)
- ศาลาฌาปนกิจสถาน: (ตระกูลโกวิทยา)
- โรงงานแปรรูปยางพารา: (ตระกูลนิธิอุทัย)
- อู่เรือ: (ตระกูลหงษ์สามารถ)
- ธุรกิจประมง: (ตระกูลชคทิศ)
- ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของจังหวัด (ไดอาน่าปัตตานี): (ตระกูลจันทรัศมี)
การก่อตั้งชมรมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี
ปัจจุบันมีการรวบรวมนามสกุลชาวฮกเกี้ยนในจังหวัดปัตตานีได้กว่า 70 นามสกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษ ความมุ่งมั่น และความสำเร็จในธุรกิจต่างๆ ตลอดจนความภาคภูมิใจในสายเลือดชาวจีนฮกเกี้ยน จึงได้มีการรวมกลุ่มก่อตั้ง "ชมรมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี" เพื่อจัดกิจกรรมที่สร้างความสมัครสมานสามัคคี
เบื้องหน้าผนังอักษรพู่กันจีน "ยินดีต้อนรับ สมาคมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี" และป้ายวัตถุประสงค์การก่อตั้งสมาคม
| ปี พ.ศ. | รายนามประธานชมรมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี |
|---|---|
| 2525 - 2535 | นายเตงไฮ้ แซ่อุ่ย |
| 2535 - 2550 | นายจรูญ หงษ์สามารถ |
| 2551 - 2554 | นายสุธรรม ลิ่มกังวาฬมงคล |
| 2555 - 2565 | ดร.อมร ชคทิศ |
| 2565 - 2567 | นายวิฑูรย์ อร่ามรัตน์ |
การยกระดับสู่ "สมาคมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี"
ในปี พ.ศ. 2566 ทางชมรมได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร ให้สิทธิเช่าบ้านไม้ 1 ห้อง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด (บ้านเดิมของตระกูลบั่นหลี ชาวจีนฮกเกี้ยน) ชมรมได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโดยใช้เวลาปีกว่า ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากชาวจีนฮกเกี้ยนและชาวไทยเชื้อสายจีน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,625,000 บาท
- พื้นที่ด้านหน้า: คงสภาพเดิมเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น โดยชั้นสองจัดทำเป็น "หอประวัติ" แสดงความเป็นมาของชาวจีนฮกเกี้ยนปัตตานีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถีชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจ
- พื้นที่ด้านหลัง: ปรับปรุงจากพื้นไม้เป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก คลุมด้วยหลังคาโครงเหล็กทอดยาวไปจรดริมแม่น้ำปัตตานี ออกแบบให้เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับจัดเลี้ยง และสามารถแบ่งพื้นที่เป็นห้องประชุมได้
สมาคมตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางพบปะของชาวไทยเชื้อสายจีน ใช้จัดประชุม จัดฉายภาพยนตร์ทางวัฒนธรรมและการศึกษา ก่อนที่จะมีการทำพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ภายใต้ชื่อ "สมาคมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี" อย่างสมบูรณ์
พิธีเปิดอาคารที่ทำการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรือง
บรรยากาศประธานและคณะกรรมการร่วมในพิธีเปิด ท่ามกลางความยินดีของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานี
สมาคมฮกเกี้ยน จังหวัดปัตตานี (Pattani Hokkien Association)
ศูนย์รวมความสมัครสมานสามัคคี สืบสานวัฒนธรรม และรำลึกคุณูปการบรรพบุรุษชาวจีนฮกเกี้ยน